Home ข้อคิดดำเนินชีวิต คุณเคยได้ยินไหมว่าการเป็นคนตลกมันขึ้นอยู่กับจังหวะและเวลา

คุณเคยได้ยินไหมว่าการเป็นคนตลกมันขึ้นอยู่กับจังหวะและเวลา

1 second read
0
1,264

โบราณเค้าว่าไว้ ‘หล่อมักนก ตลกมักได้’….ใช่ครับ ความตลกเป็นทักษะการเข้าสังคมอย่ างหนึ่งนั่นเองการเป็นคนตลกคืออะไร

ที่เราสามารถเรียนรู้ได้ ดาราตลกหลายคนก็ใช้เวลาฝึกฝนจังหวะวิธีแสดงและมุขตลก วันละหลายชั่วโมง….และความพย าย าม

เป็นคนตลกมันคุ้มค่ากับการฝึกซ้อมมากข้อดีของการเป็นคนตลกมีเยอะมากครับ คนส่วนมากก็จะชอบเรามากขึ้น เราสามารถ

ทำให้คนที่เรารักมีความสุขได้มากขึ้น และเมื่อคนรอบข้างเรามีความสุข เราก็จะมีความสุขมากขึ้นด้วย

อย ากเป็นคนตลกต้องทำยังไง

การเป็นคนตลกคือการเข้าใจว่าผู้ฟังมีความคาดหวังอะไรและหาจังหวะที่ดีในการ ‘ พลิกความคาดหวัง ’ ของผู้ฟังให้เป็นสิ่งที่

ตรงกันข้าม แปลกใหม่ หรือ เกินความเป็นจริง แต่นอกจากการรู้เทคนิคพวกนี้แล้ว คุณ ยัง ต้อง ฝึกซ้อมการนำเสนอและเลือก

มุขตลกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยข้อมูลศึกษาให้เราเป็นคนที่ตลกขึ้นมีหลายอย่ างทั้งวิดิโอบนยูทูปหนังสือต่างๆ ข้อมูล

ในพันทิป หรือถ้าอย ากลงทุนจริงๆก็ไปหาคอร์สเรียนยังได้เลยซึ่งผมก็เป็นคนที่ชอบศึกษาข้อมูลพวกนี้พอสมควร จากการที่

เป้าหมายของบทความนี้ก็คือการแนะนำวิธีเป็นคนตลกที่สามารถทำได้ง่ายและทำได้จริง ผมจะไม่แนะนำวิธีที่คลุมเครือแบบ

‘หาจังหวะให้ถูก’ อะไรแบบนี้ ลองไปดูกันเลยครับ

1 : ให้คำตอบตรงข้าม เวลาอีกฝ่ายคาดว่าเราจะตอบว่า ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’

‘ความคาดหวัง’ คือสิ่งที่เราสามารถเล่นได้เวลาเราอย ากจะเป็นคนตลก ยกตัวอย่ างเช่นการที่เราตอบอะไรแปลกๆฮาๆเวลา

อีกฝ่ายถามอะไรจริงจังเป็นต้น แต่การพลิกความคาดหวังของอีกฝ่ายให้ตลกมากขึ้นมันต้องกะจังหวะและหาคำตอบสวยๆ

ให้ได้ทริคการพลิกความคาดหวังของอีกฝ่ายให้ง่ายที่สุดคือคำตอบว่า ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่’ เวลาที่เราถูกถามอะไรซักอย่ าง…โดย

เฉพาะคำถามอะไรที่อีกฝ่ายคาดหวังว่าคุณจะตอบอีกแบบหนึ่งแน่นอนเวลาคุณกินบุฟเฟ่กับเพื่อนเสร็จแล้วอีกฝ่ายถามว่า

‘กินอิ่มยัง’ คำตอบที่อีกฝ่ายคาดหวังไว้ก็คือ ‘อิ่มแล้ว’ แต่ถ้าคุณตอบว่า ‘ยังไม่อิ่ม’ คุณก็จะทำให้อีกฝ่ายอมยิ้มได้ไม่มากก็

น้อยละครับ

2 : เล่นกับตัวเลข

อีกส่วนหนึ่งของการเล่นกับความคาดหวังก็คือการเล่นกับตัวเลขตัวเลขเป็นอะไรที่ใช้ได้ผลดีเ พ ร า ะมันบอกได้ชัดเจนว่าอะไร

เยอะ อะไรน้อย และอะไรคือตัวเลขที่โอเวอร์เกินความจริง…แต่ถ้าคุณไม่เก่งเลข คุณก็ไม่ต้องกลัวไปนะครับ วิธีเล่นกับตัวเลข

ง่ายๆก็คือการใช้คำว่า ‘มาก’ หรือ ‘น้อย’ แค่นั้น’ยกตัวอย่ างเช่นหากคุณบอกว่าคุณไปออกกำลังกายเหนื่อยมาก แต่พอคนถาม

คุณว่าคุณวิ่งเยอะแค่ไหน คุณก็อาจจะพูดตลกด้วยการบอกว่า ‘วิ่งไป 5 นาที’ อะไรแบบนี้ ยิ่งคุณสร้างความคาดหวังให้อีกฝ่าย

ได้เยอะแค่ไหน คำ พูด ของ คุณ ก็ยิ่งตลกมากขึ้นถ้าตัวเลขออกมาไม่ตรงกับความคาดหวังนั้นๆคำพูดสร้างความคาดหวังด้าน

ตัวเลข มี เยอะ มากครับ เยอะ น้อย มาก นิดเดียว แค่ ตั้ง เป็น ต้น หาก คุณกำลังจะพูดตัวเลขใหญ่ๆ คุณก็สามารถใส่คำว่า ‘แค่’

หรือ ‘นิดเดียว’ เป็นการเตรียมความคาดหวังอีกฝ่ายไว้ก่อน แต่ถ้าตัวเลขของคุณเป็นตัวเลขเล็ก คุณก็ต้องเตรียมความคาดหวัง

อีกฝ่ายด้วย ‘ได้เยอะมาก’ เป็นต้น ‘อาทิตย์ที่แล้วถูกหวยเยอะสุดในชีวิต ได้มา 100 บาท’

3 : กฏข้อ 3

เวลาเราพูดอะไรเป็นข้อๆ เป็นขั้นเป็นตอน เรากำลังสร้างความคาดหวังให้อีกฝ่ายอยู่ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบหารูปแบบให้

ทุกอย่ าง…แม้กระทั้งบทคำพูด เ พ ร า ะฉะนั้นเวลาคุณเล่าเรื่องเริ่มที่หนึ่งไปสอง และ จบที่สาม คุณก็สามารถทำให้อีกฝ่าย

คาดหวังในเรื่องที่สามตอนจบได้กฏข้อสามใช้กับอะไรง่ายๆก็ได้ครับแทนที่จะพูดว่าสีแดงสีขาวสีฟ้าคุณอาจจะพูดว่า สีแดง

สีขาว และ สีเขียวมะนาวอมเทา แทนเป็นต้น คุณสามารถพูดให้ ‘ข้อที่สาม’ เป็นอะไรที่โอเวอร์เกินความเป็นจริงจากสอง

ข้อแรก หรือจะพูดให้เป็นสิ่งตรงกันข้ามเลยก็ได้ 1 ธรรมดา 2 ธรรมดา 3 ตลก/แปลก/เกินความเป็นจริง

4 : แกล้งเข้าใจผิด สลับตัวละคร

การเล่นกับภาษาก็สามารถทำให้มันตลกได้ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าให้เล่นมุข อย ากไปซานฟราน (ซานฟรานรีเวิลด์) หรือ

ไปเที่ยวเมกา (เมกาบางนา) นะครับ สิ่งที่เราจะทำกันในข้อนี้คือการเล่นกับตัวละครและการเล่นกับสรรพนามนั่นเองภาษาเป็น

อะไรที่สวยงามครับ มีการใช้คำศัพท์แทนชื่ออยู่เสมอ เช่น เขา เธอ ชั้น เรา คุณ เวลาใครเล่าเรื่องส่วนมากเค้าก็ไม่ใช่ชื่อคน

ซ้ำไปซ้ำมาใช่ไหมครับ คนส่วนมาก็ชอบ ‘ใช้สรรพนาม’ ในการอธิบายให้อะไรมันสั้นลงเวลาที่มีคนเล่าเรื่องอะไรที่มีตัวละคร

สองคน (ซึ่งก็เป็นทุกเรื่องเหล่ะครับ ยกเว้นหนัง The Martian) เราก็สามารถหาเรื่องทำเป็นแกล้งเข้าใจผิดว่าคิดตัวละครที่

พูดถึงนั้นหมายถึงตัวละครอีกตัวแทน คุณอาจจะเล่าเรื่องเอง

5 : มุขตลกต้องมาทีหลัง

เคยได้ยินไหมครับว่าการเป็นคนตลกมันขึ้นอยู่กับจังหวะและเวลาเวลาเราเล่าเรื่องตลก ส่วนมากแล้วถ้าเรารีบยิงมุขเร็วไป มัน

ก็อาจจะไม่ตลกก็ได้สาเหตุก็คือคนส่วนมากต้องใช้เวลาในการซึมซับมุขต่างๆเราสามารถเรียกสิ่งนี้ว่าการ ‘วอร์มอัพ คนดู’ ก่อน

การ ‘วอร์มอัพคนดู’ ไม่ได้แปลว่าเราต้องบอกคนดูคนฟังว่าเรากำลังจะเล่นมุขนะ เราต้องทำสิ่งตรงกันข้ามคือการทำให้อีกฝ่าย

เลิกคิดว่าเราจะเล่นมุข โดยเราสามารถทำได้ด้วยการพูดหรือเล่าเรื่องอื่นเพื่อ ‘ลบความคาดหวัง’ นั้นๆมันอาจจะเป็นอะไรที่ใช้

การเล่าเรื่องเยอะ อย่ างการเก็บ ‘ท่อนฮุค’ ไว้พูดประโยคสุดท้าย หรือการเก็บ ‘คำเฉลย’ ไว้เป็นคำท้ายสุดของประโยคก็ได้

สรุปวิธีการเป็นคนตลกอย่ างง่ายๆ

หลังจากที่คุณเล่นมุขไปแล้ว คุณยังสามารถนำมุขอื่นๆที่เคยเล่นไปแล้วมาพูดใหม่อีกรอบได้ด้วย ถ้าคนฟังได้หัวเราะกับมุขนี้

ไปแล้ว เพียงแค่คุณนำกลับมาพูดเล็กๆน้อยๆคนฟังก็จะขำตามแล้วครับ โน๊ตอุดมใช้วิธีนี้บ่อยมาก เวลาโน๊ตอุดมเล่าเรื่องอะไร

ไปแล้วจะชอบกลับมาโยงเรื่องให้เข้ากับมุขอื่นๆของตัวเองสุดท้ายแล้วการเป็นคนตลก…ก็ต้องใช้การฝึกซ้อมครับ ต่อให้เรารู้

จักทริคที่ผมเขียนมาแล้ว ยังไงคุณก็ต้องฝึกพูด ฝึกหาจังหวะ หรือแม้กระทั้งเปิดอินเตอร์เนตหามุขจดไว้ใช้ทีหลังในช่วงแรกๆ

ให้คุณเริ่มจากมุขอะไรใกล้ตัวหรืออะไรง่ายๆก่อน ผมคิดว่ามุขตลกที่ต้องเล่าเรื่องเกริ่นนำย าวๆเป็นอะไรที่ย าก เ พ ร า ะคุณ

ต้องสามารถเรียกร้องความสนใจของอีกฝ่ายได้ให้ในระยะย าว (อาจจะหลายนาที) กลับกันถ้าคุณหาจังหวะพูดแค่หนึ่งคำหรือ

หนึ่งประโยคเวลาอีกฝ่ายกำลังเล่าเรื่องหรือพูดอยู่ มันก็อาจจะง่ายกว่ามากสิ่งแรกที่คุณต้องทำให้ได้คือ ‘ใส่ใจกับสิ่งที่อีกฝ่าย

พูด’ ถ้าคุณไม่เข้าใจมุมมองของผู้ฟังคุณก็จะไม่สามารถเล่นกับความคาดหวังของอีกฝ่ายได้ถ้าคุณลองศึกษาพวกตลกมืออาชีพ

ดู คุณจะเห็นว่าคนพวกนี้ไม่ได้เป็นคนที่ตลกมาตั้งแต่แรก โอเค ผมยอมรับว่าคนพวกนี้คงชอบเสียงหัวเราะและเป็นคนที่มี

อารมณ์ดีในระดับหนึ่ง แต่กว่าที่คนพวกนี้จะกลายเป็น ‘ตลกมืออาชีพ’ เค้าก็ต้องมีการฝึกมุข ฝึกจังหวะ มานับไม่ถ้วน

Load More Related Articles
Load More By Life
Load More In ข้อคิดดำเนินชีวิต
Comments are closed.

Check Also

ผู้ประเสริฐ ผู้ยอดเยี่ยม นี่แหละคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับลูกๆ

ชาย ผ้ า ถุ ง ของแม่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้ไม่ต้องปลุ … …