Home ข้อคิดดำเนินชีวิต ถ้าไม่ดูแลตัวเองมันก็ย ากที่เราจะไปดูแลคนอื่นหรือดูแลงานที่รับผิดชอบได้

ถ้าไม่ดูแลตัวเองมันก็ย ากที่เราจะไปดูแลคนอื่นหรือดูแลงานที่รับผิดชอบได้

4 second read
0
1,356

เวลาไม่ใช่สิ่งที่มีค่าทึ่สุด แต่เป็นพลังงานในตัวเรา คนทั่วไปสามารถบริหารเวลาได้ดี แต่ก็ยังพบว่าตัวเองเหนื่อยล้า เครียดและ

ไม่มีสมาธิ ไม่มีความความสนใจและการมีส่วนร่วมกับงาน คนทั่วไปใช้ตารางเวลา นาฬิกา หรือแอพ เพื่อบริการเวลา แต่จะมีกี่

คนที่รู้จักบริหารพลังงานในตัวเอง

บริหารพลังงาน

การบริหารพลังงานในตัวเราจะเป็นหนทางที่นำเราไปสู่ความสำเร็จและความพึงพอใจได้ การใส่ใจและมีส่วนร่วมอย่ างเต็มที่กับ

ทุกสิ่งที่เราทำ มันจะทำให้เราเด้งตัวลุกออกจากเตียงได้ในตอนเช้า ทำให้เราอารมณ์ดี มีความกระตือรือร้นที่จะไปทำงาน และ

หลังจากเลิกงาน ก็ทำให้เราตั้งหน้าตั้งตากลับบ้าน เพื่อใช้เวลาในตอนเย็นกับคนในครอบครัว มันจะทำให้เรามีความสุขและมี

ความคิดสร้างสรรค์ ท้าทายและสนุกกับงาน การเตรียมพร้อมในการแข่งขัน ทำให้นักกีฬาเรียนรู้ที่จะใช้ความสามารถได้เต็มที่

ฝึกฝนและรู้จักพักเพื่อฟื้นฟูพลังงาน การทำงานก็เหมือนกัน เราสามารถเต็มที่กับงานได้ในช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นเราต้อง

พักเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูพลังงาน และพร้อมที่จะเต็มที่กับงานได้อีกครั้งแหล่งพลังงานในตัวเราจะมี 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย

อารมณ์ จิตใจ และจิตวิญญาณ ทุกด้านมีความสำคัญและจะไม่มีไปไม่ได้

จังหวะเวลา

การฝึกซ้อมของนักกีฬาจะมีจังหวะเวลา ฝึกให้หนักแล้วก็พักให้เพียงพอ ตอนที่ฝึกร่างกายจะใช้พลังงาน ส่วนตอนพักร่างกายก็

จะฟื้นฟูพลังงานให้กลับมา ปัญหาอย่ างหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ นักกีฬาซ้อมหนักมากเกินไปและพักผ่อนไม่เพียงพอทุกย่ างมีจังหวะ

เวลาของมันสลับกันไป พระอาทิตย์มีขึ้นและลง น้ำก็มีขึ้นและลง แม้แต่การหายใจของเราก็ยังเป็นจังหวะเข้าออก การนอนของ

เราก็มีจังหวะเวลาเช่นกัน และเราสามารถนำหลักการเดียวกันนี้มาใช้กับการทำงานได้ ในการทำงาน เราสามารถเต็มที่กับงานได้

ประมาณ 90 นาที หลังจากนั้นเราต้องพัก เพื่อฟื้นฟูพลังงานให้กลับคืนมา

ร่างกาย

ปริมาณพลังงานในร่างกายของเรา ปัญหาที่เราเจอในการบริหารพลังงานในร่างกาย เกิดจากที่เราทำงานหนักมากเกินไปจน

ร่างกายเราเหนื่อยล้า เรามักจะพบว่า เราทำงานเยอะเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ งานก็ยังไม่เสร็จสักทีถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง มันก็ย ากที่

เราจะไปดูแลคนอื่นๆ หรือดูแลงานที่รับผิดชอบได้พลังงานในร่างกายของเราขึ้นอยู่กับ

-การนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละคืน

-การกินอาหารที่มีคุณค่าทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบ

-การออกกำลังกายและทำให้ร่างกายฟิตอยู่เสมอ

-การพักผ่อนในระหว่างวัน เพื่อฟื้นฟูพลังงาน

ถ้าเราดูแลร่างกายได้ดี มันก็จะทำให้เราพร้อมที่จะทำงาน แต่ปัญหาคือน้อยคนที่จะมีระบบในการจัดการพลังงานในร่างกาย เช่น

หลายคนนอนหลับไม่พอ เรารู้ว่าคนส่วนใหญ่ต้องการการนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน สำหรับบางคนต้องการ 8 ชั่วโมงเต็มคน

ส่วนใหญ่ต้องการอย่ างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้หลับได้เพียงพอต่อความต้องการ ถ้าเรานอนหลับได้เพียงพอทุกคืน ไม่ว่า

จะเป็นความผิดพลาดอะไรมันก็แก้ไขได้หมด ด้วยการนอนให้เพียงพอมันย ากที่จะบอกว่าอาหารอะไรดีที่สุด เ พ ร า ะแต่ละคน

ต้องการอาหารที่ต่างกัน ในปริมาณที่ต่างกัน อาหารที่ดีที่สุดสำหรับคนหนึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ในอีกคนได้ ดังนั้นแต่ละ

คน จึง ต้อง ตรวจสอบ ดูว่า สิ่งที่เรากินเข้าไปมันมีผลต่อร่างกายยังไงบ้าง เราแพ้อาหารบางอย่ างหรือเปล่า ถึงนมวัวมันจะดีมี

ประโยชน์แค่ไหน แต่ถ้าเราแพ้นมวัว ถ้ามันทำให้ท้องเราทำงานผิดปกติ เราก็ไม่ควรฝืนกินมันเข้าไปแต่เราบอกได้ว่าอะไรที่ไม่

ควรกิน น้ำตาล ซึ่งมันทำให้พลังงานในร่างกายเราปั่นป่วน

ความฟิตของร่างกายคือความสามารถในการฟื้นฟู ในเวลาที่เราเจ็บหรือเวลาที่เราออกกำลังกายหนัก ถ้าร่างกายเราฟิต เราก็จะ

ฟื้นฟูได้เร็วขึ้น หายเหนื่อยได้เร็วขึ้น ดังนั้นการฝึกฝนเพื่อให้ร่างกายฟิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ออกกำลังกายหนักๆ จากนั้นก็พัก

ทำสลับกันไป จะช่วยทำให้ร่างกายฟิตมากขึ้น การออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจเต้นแรงอย่ างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เราจำเป็น

ต้องออกกำลังกายหนักๆ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อทำให้เราฟิตอยู่เสมอ มันจะช่วยให้เราฟื้นฟูพลังงานได้เร็วขึ้น

การพัก ระหว่าง วันเป็นสิ่งที่จำเป็น เราไม่ควร ทำงานต่อเนื่อง นานมากกว่า  90  นาที เ พ ร า ะพลังงานของเราลดลงเรื่อยๆ และ

ไม่พอ ที่ จะทำ  ให้เราเต็มที่กับงานได้ ดังนั้นเราจึงต้องพักเพื่อ ฟื้นฟู พลังงาน การพักที่ดีไม่ได้ขึ้นกับระยะเวลาที่เราพัก แต่เป็น

คุณภาพของการพัก การพักที่ดีควรจะช่วยให้เราผ่อนคลาย พักก็คือต้องพักจริงๆ ไม่ใช่เอางานมาคิดระหว่างพัก ทำงานก็เช่นกัน

เราไม่ควรเอาเรื่องสนุกผ่อนคลายมาทำในช่วงเวลางาน

อารมณ์

คุณภาพของพลังงาน อารมณ์ความรู้สึกมีผลต่องานที่เราทำ ถ้าเราไปถามนักกีฬาที่พร้อมแข่งขันว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ก็คงจะได้คำ

ตอบว่า มั่นใจ ตื่นเต้น มีความสุข จิตใจสงบ มุ่งมั่นอารมณ์ที่เราต้องการมากที่สุดที่ทำให้เราทำงานได้ดีคือ พลังงานสูงเชิงบวก

แต่ในระหว่างวันที่เราทำงาน เราจะไม่ได้มีแต่พลังงานสูงเชิงบวกในสถานการณ์ที่เราตกอยู่ในอันตราย หรือโดนกดดัน มีความ

เสี่ยง หรือเกิดความขัดแย้ง มันจะทำให้เราจะอยู่ในโหมดเอาตัวรอด อารมณ์ของเราในตอนนั้นจะเปลี่ยนไปเป็น พลังงานสูงเชิง

ลบ ซึ่งเป็นโหมดที่ทำให้เราใช้พลังงานได้เปลืองที่สุด พลังงานเราจะลงลงเร็วมากและถ้าเราปล่อยให้พลังงานเราหมดในขณะ

ที่เรายังอยู่ในสถานการณ์เดิม มันจะทำให้เราเปลี่ยนไปอยู่ในโหมดของ พลังงานต่ำเชิงลบ ซึ่งเป็นโหมดที่เราเหนื่อยล้า นอกจาก

นั้นเรายังอยู่ในอารมณ์แง่ลบด้วย จัดเป็นโหมดที่น่ากลัวที่สุด เ พ ร า ะมันจะทำให้เรารู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง เศร้าโศกเสียใจดังนั้น

เราจึงต้องพย าย ามรักษาอารมณ์บวกไว้ เราทำงานเต็มที่ในช่วงที่เรามีพลังงานสูงเชิงบวก หลังจาก 90 นาทีเราก็เปลี่ยนไปอยู่

ในโหมด พลังงานต่ำเชิงบวก เพื่อฟื้นฟูพลังงานให้กลับมา และก็ยังคงรักษาอารณ์เชิงบวก มันจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงไม่ให้เรา

เข้าไปอยู่ในโหมดพลังงานสูงเชิงลบและพลังงานต่ำเชิงลบได้ เ พ ร า ะเราไม่ผลาญพลังงานโดยไม่จำเป็นถึงแม้จะมีปัญหาเรา

ต้องฝึกให้เป็นนิสัย ให้จิตใต้สำนึกสั่งให้เราได้พักเพื่อฟื้นฟูพลังงานกลับมา เราต้องดูแลตัวเองโดยการไม่ฝืนไม่ผลีผลามที่จะแก้

ปัญหา หลายคนเริ่มงานมีอารมณ์ดี แต่ในระหว่างวันอารมณ์จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์ที่เราต้องเจอ บางที

เราอาจจะไม่รู้ตัว

จิตใจ

การฝึกฝนเพื่อให้เรามุ่งมั่น มีสมาธิกับงานสิ่งที่เราทำได้คือกำหนดช่วงเวลาที่จะทำงาน กำหนดเวลาเริ่มและสิ้นสุดของแต่ละงาน

ถ้าเราไม่กำหนด เราก็มักจะใช้เวลาไปกับงานนั้นได้ไม่รู้จบ เราจะหลงคิดว่าเรามีเวลาเยอะ และเปิดโอกาสให้เราไปทำงานอื่นๆ

ที่ด่วนกว่าแต่ไม่ได้สำคัญ หรือทำให้เราใช้เวลาเล่นแทนที่จะทำงานให้เสร็จการมีสมาธิในที่ทำงานเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อทำ

ตามเป้าหมายให้สำเร็จ รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน รู้ว่าเรากำลังทำอะไรเราควรจะทำสิ่งที่สำคัญที่สุดให้เสร็จในตอนเช้า ให้เสร็จภายใน 90

นาทีแรก เ พ ร า ะเราสามารถมีสมาธิกับงานได้แค่นั้นจากนั้นจึงพักการคิดบวกมีส่วนช่วยทำให้เราทำงานได้ดีขึ้น ร่างกาย อารมณ์

และจิตใจ ต้องสัมพันธ์กัน ร่างกายและอารมณ์ที่พร้อมช่วยให้สมองเราคิดได้ดี การคิดบวกช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธฺิภาพ

เราคิดไอเดียได้ดีตอนที่เราได้พัก ตอนที่เราเดินเล่นในสวน หรือตอนที่เราฝันกลางวันอารมณ์กลัว สับสน โกรธหรือเสียใจ ที่เกิด

ขึ้นในระหว่างวันทำให้ร่างกายเราหลั่งฮอร์โมนความเครียด Cortisol ความเครียดทำให้เกิดปัญหาสำหรับบางคน โดยเฉพาะคน

ที่มองโลกในแง่ไม่ดี

จิตวิญญาณ

พลังจิตวิญญาณเกิดขึ้นจากการที่เราค้นพบความหมายของสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราทำมันมีความสำคัญ ถ้าเราได้ทำงานที่เรารัก เราจะ

ทุ่มเทให้กับงานนั้นและมันก็จะยิ่งเพิ่มพลังจิตวิญญาณให้เราอะไรคือสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต หลายคนมองว่ามันคือ สิ่งที่ดีความ

จริง และความงามสิ่งที่ดีคือสิ่งที่มีคุณค่ากับผู้คน มีคุณค่าต่อโลกนี้ บางสิ่งที่มันยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเอง สิ่งที่เราได้รับตอนที่เราทำ

เพื่อคนอื่น ตอนที่เรารับใช้คนอื่นความจริงหรือความรู้ความเข้าใจในระดับพื้นฐาน และการที่เราสอนคนอื่นให้รู้ก็จะทำให้เกิดเป็น

สิ่งที่ดีขึ้นมาด้วยความงามคือการที่เราชื่นชมบางสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติหรือศิลปะ หลายคนได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

รับรู้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติความดี ความจริง และความงาม จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดคุณค่าและความหมาย

สรุป

สิ่งมีค่าที่สุดไม่ใช่เวลา แต่เป็นพลังงานในตัวเรา การจัดการพลังงานช่วยให้เราทุ่มเทกับงานได้เต็มที่ พลังงานในตัวเรามี 4 ส่วน

คือ ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และจิตวิญญาณ หลายคนทำงานหนักมากเกินไปจนชิน จนทำให้เราคิดไปเองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

เราควรฟื้นฟูพลังงานโดยการฝึกพักให้เป็นนิสัย การสร้างนิสัยที่ดีทำให้ฟื้นฟูพลังงานได้ แต่นิสัยแย่ๆ มันจะลดพลังงานเราพลัง

งานด้านอารมณ์จะฟื้นฟูได้โดยการสร้างความมั่นใจ การมีวินัย การเข้าสังคม การเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น การฝึกจิตใจสามารถทำ

ได้เช่นเดียวกันกับการออกกำลังกาย ฝึกฝนแล้วก็พัก

แหล่งพลังงานทั้ง 4 ด้าน เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเต็มที่กับงานได้ เริ่มต้นจากการที่เรารู้สึกข้างในเราเอง เรารู้สึกยังไง จากนั้น

ก็ลงมือทำ ทำให้เกิดเป็นนิสัย และฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ จนมันติดตัวเราและสามารถทำได้โดยไม่ต้องคิด

Load More Related Articles
Load More By Life
Load More In ข้อคิดดำเนินชีวิต
Comments are closed.

Check Also

ผู้ประเสริฐ ผู้ยอดเยี่ยม นี่แหละคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับลูกๆ

ชาย ผ้ า ถุ ง ของแม่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้ไม่ต้องปลุ … …