Home ข้อคิดดำเนินชีวิต วิธีเก็บเงินซื้อบ้านที่นำไปใช้ได้จริงเ พ ร าะเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคิด ต้องวางแผน

วิธีเก็บเงินซื้อบ้านที่นำไปใช้ได้จริงเ พ ร าะเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคิด ต้องวางแผน

7 second read
0
948

วิธีเก็บเงินซื้อบ้าน ที่นำไปใช้ได้จริง

การสร้างบ้านหนึ่งหลัง หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ย ากลำบาก แม้ทุกวันนี้จะมีสินเชื่อบ้านมากมายให้กู้ แต่การหวัง

พึ่งเพียงน้ำบ่อหน้า อาจไม่เพียงพอ เ พ ร า ะการจะซื้อบ้านยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากราคาของบ้านอีกทั้งยังมี

ปัจจัยบางปัจจัยที่อาจทำให้คุณไม่สามารถขอวงเงินผ่อนและดาวน์บ้านได้เต็มจำนวน ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ในวันนี้ก็คือ

การเตรียมตัวเก็บเงินให้พร้อม ไม่ใช่เฉพาะแค่ส่วนต่างและค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย แต่ยังเผื่อสำหรับเรื่องที่ไม่

คาดคิดในอนาคตซึ่งอาจทำให้คุณไม่สามารถมีบ้านได้อย่ างที่ตั้งใจ

การเก็บเงินก้อนใหญ่สำหรับซื้อบ้านต้องอาศัยความมุ่งมั่น แน่วแน่ ซึ่งเส้นทางที่จะเดินต่อไปนั้น อาจย าวไกลจนอาจ

ทำให้คุณท้อก่อนถึงจุดหมายได้การรู้วิธีและขั้นตอนการเก็บเงินที่ดีก็เปรียบเสมือนแผนที่บอกเส้นทางที่ถูกต้องและ

คุณยังสามารถติดตามได้ว่าจุดที่ยืนอยู่นั้น เข้าใกล้บ้านที่เป็นจริงเท่าไรแล้วในบทความชิ้นนี้ ได้รวบรวมขั้นตอนการ

เก็บเงินซื้อบ้านที่นำไปใช้ได้จริงที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำตามได้ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้

1 : ตั้งเป้าหมายเก็บเงินซื้อบ้านก้อนแรก

เพื่อให้ความฝันการมีบ้านของคุณเป็นจริงได้ อาจไม่ได้หมายถึงการเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านเต็มจำนวนเงิน เ พ ร า ะถ้าเป็น

เช่นนั้นระยะทางความฝันของคุณคงย าวไกลถึง 10-20 ปี วิถีที่ย่นระยะเวลาเพื่อจะมีบ้านได้นั้นก็คือสินเชื่อบ้านดังนั้น

เป้าหมายการเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านจึงอาจไม่ใช่การเก็บเงินเต็มจำนวนเพื่อซื้อบ้านเป็นล้านบาท แต่เป็นการเก็บเงินส่วน

ที่จำเป็นสำหรับการผ่อนบ้าน ซึ่งสิ่งที่ใช้กำหนดเป็นเป้าหมายก็คือ จำนวนเงินก้อนแรกสำหรับดาวน์บ้าน

เนื่องจากธนาคารโดยทั่วไปจะให้วงเงินในการกู้สินเชื่อประมาณ 80-95% หรือธนาคารบางแห่งและสินเชื่อบางโครงการ

ก็อาจให้ได้ถึง 100% ของราคาประเมินบ้านหลังหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ขอกู้และเงื่อนไขการให้สินเชื่อของ

แต่ละธนาคาร) ทำให้เงินส่วน 5-15% เป็นส่วนที่คุณต้องออกเองก่อนเพื่อที่จะดาวน์บ้าน นอกจากนี้ ยังมีค่าธรรม

เนียมต่าง ๆ ได้แก่ ค่าโอนกรรมสิทธิ์ 2% ค่าจดจำนอง 1% และอื่น ๆ อีกราว 2% ของราคาบ้าน ทำให้เมื่อรวมกัน

แล้วจำนวนเงินก้อนแรกที่ต้องมีสำหรับดาวน์บ้านก็คือ 5-20% ของราคาบ้าน

ยกตัวอย่ างเช่น

นาย ก ต้องการซื้อบ้าน ราคา 2,000,000 บาท

นาย ก ต้องมีเงิน 20% ของราคาบ้าน ได้ 2,000,000 x 20% = 400,000 บาท

จะเห็นได้ว่า การกำหนดเป้าหมายเป็นจำนวนเงินก้อนแรกที่จำเป็นจริง ๆ ทำให้เป้าหมายไม่ห่างไกลเกินไป ทำให้มี

กำลังใจในการเก็บออมมากขึ้น เ พ ร า ะสามารถเป็นไปได้มากกว่า ในกรณีของ นาย ก หากต้องการเก็บเงินเพื่อ

ซื้อบ้านในราคานี้ 3 ปี นาย ก ก็จะต้องเก็บเงิน 400,000 บาท / (12 เดือน x 3 ปี) = 11,111 บาทต่อเดือน

ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้มากกว่าการตั้งเป้าหมายเป็นราคาเต็มของบ้าน

2 : สำรวจรายจ่ายและวางแผนการเงิน

หลายคนอาจคุ้นเคยว่า การจดบัญชีรายรับรายจ่ายจะช่วยให้เราสามารถทราบพฤติกรรมการใช้เงินของเราได้ และเมื่อ

ท ร า บ เ ช่นนั้นแล้ว ก็จะรู้ว่าเราใช้จ่ายไปกับเงินส่วนไหนบ้างซึ่งสามารถนำมาพิจารณาลดรายจ่ายส่วนที่ไม่จำเป็น

ออกไป แต่ทั้งนี้ การบันทึกการใช้จ่ายในแต่ละวันก็ดูเป็นเรื่องยุ่งย าก และหลายคนก็อาจล้มเลิกไปหลายครั้งแล้ว

ปัญหาจึงอาจอยู่ที่เป้าหมายการทำบัญชีที่ไม่ชัดเจน

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เคยประสบปัญหานี้ ปัญหาอาจอยู่ที่การไม่มีเป้าหมายเ พ ร า ะเพียงแค่บันทึกไว้และคอยติดตาม

ว่ารายจ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นอาจไม่เพียงพอ สิ่งที่คุณควรทำเพิ่มคือการวางแผนทางการเงิน

การวางแผนทางการเงินนั้น ให้เริ่มต้นจากตั้งเป้าหมายว่าคุณต้องการอะไร และการติดตามรายการใช้จ่ายของคุณเอง

ในหนึ่งเดือนก็คือข้อมูลที่คุณจะนำมาวางแผนต่อว่า คุณมีรายจ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนเท่าไร รายจ่ายเหล่านั้น

คิดเป็นร้อยละเท่าไรของรายได้ต่อเดือน เป็นต้น และคุณจะเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านกี่เปอร์เซ็น

ยกตัวอย่ าง

คุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท และติดตามรายจ่ายของตนเองแล้ว มีรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร เครื่องใช้ต่าง ๆ

ค่ า สิ่ ง ข อ ง อุ ป โ ภ ค ค่ าเดินทาง และค่าเช่าที่พัก รวมเป็นเงิน 10,000 บาท หรือ 50% ของรายได้ มีเงินเหลืออีก

10,000 บาท หรือ 50% ของรายได้ คุณอาจแบ่งใช้เพื่อความบันเทิงและแบ่งออมเป็นเงินสำหรับซื้อบ้านกี่เปอร์เซ็น

ซึ่งหัวใจสำคัญคือการแบ่งใช้เงินตามเปอร์เซ็นที่ตั้งใจไว้

3 : ตัดเงินเข้าบัญชีเงินออมที่ฝากเท่ากันทุกเดือน

ข้อแนะนำในการเก็บเงินให้อยู่ก็คือ การเก็บก่อนใช้ จากแผนการเงินที่คุณทราบแนวทางแล้ว คุณก็มีเป้าหมายว่าจะต้อง

เก็บเงินซื้อบ้านต่อเดือนจำนวนเท่าไร โดยให้ผูกบัญชีที่รับเงินเดือนหรือรายได้ของคุณเข้ากับบัญชีฝากประจำสำหรับ

ออมเงินเพื่อกันโอกาสถอนเงินซึ่งคุณสามารถตั้งระยะเวลาฝากได้ เช่น 24 เดือน 36 เดือน หรือ 60 เดือนง่ายต่อการ

วางแผนออมเพื่อซื้อบ้านจากนั้นจึงตั้งระบบโอนเงินเข้าทุกเดือนโดยอัตโนมัติในตอนต้นเดือนวิธีนี้จะทำให้คุณออม

เงินได้ตามที่ต้องการ และหากเดือนใดที่คุณอย ากออมมากขึ้น ก็แค่นำเงินไปฝากเพิ่มเติมเพียงเท่านั้น

ตัวอย่ างการออมเงิน

หากคุณออมเงิน 7,000 บาท ต่อเดือน ในหนึ่งปีคุณก็จะมีเงิน 7,000 x 12 (เดือน) = 84,000 บาท และหากยกกรณี

นาย ก ที่ต้องการซื้อบ้านราคา 2,000,000 บาท ที่ต้องเตรียมเงินก้อนแรกสำหรับดาวน์บ้าน 20% คือ 400,000

บาท ดังนั้น หากนาย ก ออมเงินเดือนละ 7,000 บาท หรือปีละ 84,000 บาท ก็จะต้องใช้เวลาราว (400,000 /

84,000) 4 ปี 7 เดือน ซึ่งการตั้งเป้าหมาย วางแผนการเงิน และตัดบัญชีอัตโนมัติจะช่วยให้การออมเงิน

ของคุณขยับเข้าใกล้ความจริงอยู่เสมอ

4 : ลงทุนให้เงินออมเติบโต

การออมเงินธรรมดาที่ตัดเงินในแต่ละเดือนที่ใช้เวลาระยะหนึ่ง หากต้องการให้เงินออมในส่วนนี้เติบโตเข้าใกล้บ้านที่เป็น

จริงมากขึ้น หนึ่งในวิธีนั้นก็คือการลงทุน

การลงทุนมีหลากหลายรูปแบบทั้งกองทุนรวม ตราสารหนี้ ซื้อพันธบัตร หุ้น กองทุนรวมหุ้น หรือสลากออมทรัพย์ ฯลฯ

คุณก็สามารถเลือกประเภทการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณได้ ยกตัวอย่ างเช่น กองทุนรวมที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลพอร์ตให้

อาจได้กำไรเฉลี่ยปีละ 5-10% ที่มากกว่าผลตอบแทนฝากเงินประจำ (0.5-2%) หรือการซื้อสลากออมทรัพย์ระยะ

เวลา 3 – 5 ปี ก็เป็นการเก็บเงินที่มั่นคงและมีลุ้นได้ผลตอบแทนแบบสลากกินแบ่งอีกด้วย ทั้งนี้ การลงทุนไม่ว่า

จะประเภทใดก็มีความเสี่ยง ยิ่งผลตอบแทนสูงก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูง

นอกจากผลตอบแทนที่จะได้จากการลงทุนซึ่งสามารถนำมาออมเป็นเงินก้อนที่ใหญ่มากขึ้นแล้ว ยังมีกองทุนบางประเภท

เช่น RMF และ LTF ที่ช่วยให้คุณนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกถึง 15% ของรายได้ (แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)

ทำให้คุณลดค่าใช้จ่ายลงได้อีกต่อหนึ่งด้วย

5 : หารายได้ทางอื่น

อีกทางที่อาจเป็นวิธีเก็บเงินเพิ่มเติมให้คุณมีเงินก้อนสำหรับซื้อบ้านที่ใหญ่ขึ้นก็คือการหารายได้เสริม คุณอาจเปลี่ยน

ความชอบ ความสามารถ หรืองานอดิเรกของตนเองเป็นอาชีพเสริม เช่น เขียนบทความ วาดรูป ถ่ายรูป หรือตกแต่ง

ภา พ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ เมื่อจะเลือกทำงานเสริมก็ต้องระวังไม่ให้กระทบกระเทือนงานหลัก เ พ ร า ะหากกระทบกระ

เทือนแล้ว ผลสุดท้ายอาจไม่คุ้มค่านอกจากนี้ยังควรพิจารณาความคุ้มค่าของต้นทุนที่เป็นเวลาหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร หรือค่าดูแลตัวเองเพิ่มเติมเพื่อให้คุณสามารถทำงานได้มากขึ้น

สรุป 

อย ากซื้อบ้านในฝัน แม้จะเป็นเรื่องใหญ่เ พ ร า ะมีอะไรต้องคิด และต้องวางแผนอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่

ย ากจนเกินไป สิ่งเล็ก ๆ อย่ างการเก็บเงินเปรียบเสมือนก้าวแรกในการออกเดินทาง ด้วยขั้นตอนการเก็บเงินที่

รวบรวมมาในบทความนี้ น่าจะเป็นแผนที่ที่ช่วยให้คุณเก็บเงินซื้อบ้านได้อย่ างใจ

Load More Related Articles
Load More By Life
Load More In ข้อคิดดำเนินชีวิต
Comments are closed.

Check Also

ผู้ประเสริฐ ผู้ยอดเยี่ยม นี่แหละคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับลูกๆ

ชาย ผ้ า ถุ ง ของแม่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้ไม่ต้องปลุ … …