Home ข้อคิดดำเนินชีวิต สิ่งที่เก่งไม่จำเป็นต้องเป็นวิชาชีพมันอาจเป็นพรสวรรค์ที่หาเลี้ยงตัวเองได้

สิ่งที่เก่งไม่จำเป็นต้องเป็นวิชาชีพมันอาจเป็นพรสวรรค์ที่หาเลี้ยงตัวเองได้

0 second read
0
1,976

“จะเรียนไปทำไม ถ้าสุดท้าย ก็ได้งานที่ไม่ตรงสาย งานที่น้อยคนจะรู้จัก เงินเดือนที่ไม่ได้มากมายอะไร”

คำถามนี้ จะได้คำตอบที่ทำให้กลุ้มใจมากเลย เ พ ร า ะมันเต็มไปด้วยความคาดหวังที่คิดว่า “เรามีทาง

เลือกอยู่ไม่กี่อย่ างในชีวิต” แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นความคิด“ฉันทำงานอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะตรงสาย หรือ

ไม่ก็ตาม” มันอาจเป็นประโยคคนแพ้ ในสายตาบางคนแต่ถ้าคิดดูแล้วมันได้ความสบายใจ เยอะกว่า

การตั้งคำถามแบบแรก เ พ ร า ะความเป็นจริงของชีวิต คือ

1 : มนุษย์ทุกคน มีความสามารถในตัวเอง “แตกต่าง” กันไป เราไม่จำเป็นต้องเก่ง เหมือนกันหมด

2 : แม้แต่ในคนคนเดียว ยังมีความสามารถ ที่หลากหลายเช่น เป็นห ม อ แต่ก็เล่นดนตรีเก่งทำอาห าร เก่ง

เป็นศิลปิน แต่ก็คำนวณเก่ง ขับรถเก่งใน ครั้งหนึ่งที่เรา ไม่เห็นประโยชน์ว่าจะใช้อะไรได้จริงพอโต ขึ้นอีก

หน่อย มันก็ต้องมีบ้างที่เรานึกอะไรขึ้นมา จนต้องไปหาอ่ านปัดฝุ่นตำราอีกครั้งทุกความรู้ ที่เราได้รับ

ไม่เคยสู ญเปล่า แค่เรามองไม่เห็นค่ามันเอง ลองนึกดูให้ดีสิ

3 : สิ่งที่เราเรียนมาเป็นสิบเป็นร้อย มันคือ “การหล่อหลอม” หลายวิชาไม่ได้สอนเราทางตรงแต่ให้เราค่อยๆ

ซึมซับข้อดีแต่ละอย่ าง ไปเองเช่น ฝึกความอดทน ฝึกความประณีต ฝึกทักษะการเข้าสังคม

4 : สิ่งที่เรา “เก่ง” ไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบวิชาชีพ เช่น ห ม อ วิศวกร พย าบ าลมันอาจเป็นพรสวรรค์

ก็ได้ เป็นความรู้อะไร ก็ได้ที่เราเอาจริงกับมัน เช่นการทำอาห าร การจัดสวนการออกแบบ ไม่อย่ างงั้นเราคง

ไม่เห็นนักธุรกิจหน้าใหม่หลายคน ผุดขึ้นเป็น ด อ ก เห็ดหรอก

5 : มันเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เรา จะต้องวิ่งตามหาสิ่งที่ “ใช่” ค่อยๆ เรีย น รู้ ค่อยๆ ปรับตัวไปสิ่งที่เรากำลัง

สนุกในตอนนี้ บางทีอาจจะยังไม่ใช่ที่สุดสิ่งที่เราเก่งในตอนนี้ในวันข้างหน้ามันอาจเป็นเพียงแค่ความทรงจำ

เ พ ร า ะ อ า จ มี ห ลายปัจจัยให้คิดมากขึ้น เช่น จำเป็นต้องพับโครงการเรียนต่อ เอาไว้ เ พ ร า ะเงินไม่พอ

จำเป็นต้องทำงานหาเงินก่อนแล้วค่อยไปเรียนศิลปะ ที่เราชอบเราต้องดูจังหวะของชีวิตด้วย (ความจำเป็น

ของชีวิตแต่ละช่วง)

6 : มนุษย์เราควรมีทางเลือกให้กับชีวิตไว้หลายด้าน หรือ “มีแผนสำรอง”เพื่อไม่เป็นการ ปิ ด กั้ น ตัวเอง

จนเกินไป เช่น ถ้าวุฒิที่เราเรียนมา มั น หางานย ากจะยอมรึเปล่าที่เอาวุฒิต่ำกว่านี้ หางานไปก่อนถ้าเรา

ไม่ได้ อาชีพนี้รายอมได้รึเปล่าที่จะทำอาชีพอื่นไปพลางๆ ก่อน ความฝัน สิ่งที่ใช่มันไม่ควรเป็นสิ่งที่ได้

ดั่งใจในทันที

7 : ในรั้วโรงเรียน ต่อให้เราได้เรียนกับอาจารย์ ที่เก่งแค่ไหนขอบเขตความรู้มันก็เป็นเพียงความรู้ในรั้วเท่านั้น

โลกของวัยผู้ใหญ่ที่โตขึ้นเรายังต้องรู้เห็นอีกมากเรียนรู้กันอีกย าวลองผิดลองถูกกันอีกเยอะดังนั้นจะมาบอก

ว่าเรียนมาสายวิทย์ต้องทำงานสายวิทย์เรียนสายภาษาต้องทำงานสายภาษามันก็ไม่ถูกเสมอไปมันเป็นเรื่อง

ธรรมดามากที่ต้องแลกกับความเหนื่อย ความพย า ย ามหลายเท่าตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะพบว่าหมอ

บางคนแต่งเพลงได้บางคนเรียนวิชาชีพแต่มาเป็นศิลปิน บางคนเรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จ

ถ้ายังไม่เข้าใจในข้อนี้ ลองย้อนกลับไปอ่ านข้อ 6 อีกรอบขึ้นชื่อว่า “ความรู้” เราได้รับมาถึงจะไม่ได้ใช้ในทันที

ก็ไม่ควรเสียดาย ขึ้นชื่อว่า “ความฝัน”ถึงจะยังไม่ใช่ในวันนี้ใช่ว่าวันหน้า จะเป็นไปไม่ได้มันอยู่ที่เราล้วนๆว่า

“รู้ตัวดีหรือไม่ ว่าทำอะไรอยู่” และ “พร้อมจะยืดหยุ่นกับ ทุกสถานการณ์ชีวิตรึเปล่า” อย่ าลืมว่าโลกเรากลม

และมีหลายมิติใช่ว่าจะต้องมองเพียงด้านเดียว

Load More Related Articles
Load More By Life
Load More In ข้อคิดดำเนินชีวิต
Comments are closed.

Check Also

ผู้ประเสริฐ ผู้ยอดเยี่ยม นี่แหละคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับลูกๆ

ชาย ผ้ า ถุ ง ของแม่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้ไม่ต้องปลุ … …