มีอะไรตั้งมากมายที่คุณสามารถฝึกฝนให้ติดเป็นนิสัยเพื่อนำพาตัวเองไปสู่ความสำเร็จ ตัวอย่ างที่เห็นได้ชัดก็เช่น การวิ่งคนที่
วิ่งออกกำลังกาย เป็นประจำ จะเห็นถึงข้อดี ของการวิ่งอย่ างชัดเจน เช่น มีพละกำลังมากขึ้น สมองปลอดโปร่ง และโรคภัยไข้
เจ็บน้อยลง แต่สำหรับบางคน การวิ่งก็ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย เ พ ร า ะ มันเป็นนิสัยที่ต้องแลกมาด้วยความพย าย ามอย่ างหนัก
หน่วง หย าดเหงื่อ หรือบางทีอาจรวมถึงความเจ็บปวดและแผลด้วยโชคดีว่ายังมีนิสัยอีกอย่ างหนึ่งที่มีผลต่อความสำเร็จของ
คุณ เช่นเดียวกับการวิ่ง เพียงแต่นิสัยที่ว่าต้องใช้ความพย าย ามพอ ๆ กับการเตือนตัวเองให้มองซ้ายมองขวาทุกครั้งก่อนข้าม
ถนนเท่านั้นเอง ไม่ต้องแลกมาด้วยหย าดเหงื่อ และที่สำคัญ คุณไม่ต้องปรับเปลี่ยนตารางชีวิตคุณเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งนิสัย
ที่ว่าก็คือ การเป็นคนมีสติ!
การเป็นคนมีสติ คืออะไร?
คนส่วนมากจะเข้าใจว่าการมีสติคือการนั่งนิ่งๆ หายใจเข้าลึกๆ และมีสติกับลมหายใจของตัวเอง แต่แท้จริงแล้ว การเป็นคนมีสติ
มันง่ายกว่านั้นมาก และก็ให้ประโยชน์กับคุณมากมายเช่นกัน การเป็นคนมีสติ คือ การเปลี่ยนจาก “การคิด” เป็นการ “ตระหนักถึง
ความคิด” การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ นี้จะเปิดให้เรามองเห็นความคิดและรับรู้ความรู้สึกนั้นๆ อย่ างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้เรา
ตระหนักถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่มากขึ้นเราสามารถเปลี่ยนแปลงและเป็นคนมีสติได้ทุกเมื่อ จริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่ก็ทำเป็นปกติอยู่
แล้วล่ะ แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม อย่ างไรก็ตาม การมีสติเช่นนี้ก็คงอยู่ไม่นานนัก ไม่กี่วินาทีเราก็มักกลับไปอยู่กับความคิดของ
ตัวเองอีก มันจึงไม่ค่อยส่งผลดีให้เห็นชัดเจน เหมือนกับการที่เราจะไม่ได้ประโยชน์จากการวิ่งหากเราวิ่งเพียงวันละ ไม่กีนาที
นั่นเอง ดังนั้น เราจึงต้องตั้งใจฝึกสติจริงๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ได้ประโยชน์จากมันอย่ างเต็มที่!
การมีสติ ช่วยให้ ‘ความเครียดลดลง’
การมีสติ ช่วยให้ ‘ทักษะการตัดสินใจดีขึ้น’
การมีสติ ช่วยให้ ‘ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เพิ่มขึ้น’
‘การมีสติ’ ส่งผลต่อ ‘ความสำเร็จ’
คุณอาจสงสัยว่าเพียงแค่สิ่งเล็กๆ เท่านี้ทำไมจึงให้ประโยชน์มากมายนัก นั่นก็เป็นเ พ ร า ะว่าสติคือตัวควบคุมจิตใจของเรา
ทุกสิ่งที่เราทำ ทุกความล้มเหลวที่เกิดขึ้น คือผลลัพธ์ของการทำงานของความคิดและจิตใจของเราเองทั้งสิ้น ซึ่งบรรดานัก
วิทย าศาสตร์เองก็กำลังวิจัยเกี่ยวกับสมองเพื่อค้นหาวิธีพัฒนาการทำงานของมันอยู่ด้วย
ยกตัวอย่ างเช่น คนที่ฉลาด มากความสามารถ แต่กลับยังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตสักที อาจจะเป็นเ พ ร า ะว่าระบบความคิด
และจิตใจของคนๆ นั้นอาจยังทำงานไม่ดีเท่าที่ควร เขาอาจจะตัดสินใจพลาดไป ไม่มีหลักการฝึกฝนตัวเอง สร้างและรักษาความ
สัมพันธ์ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจจะทั้งสามอย่ างรวมกันก็เป็นได้นอกจากนี้ก็จะมีคนที่ไม่ได้ฉลาดและไม่มีความสามารถมากมาย
แต่กลับประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่ างเหลือเชื่อ นั่นอาจเป็นเ พ ร า ะคนคนนั้นมีความคิดและจิตใจที่ทำงานอย่ างเป็นระบบ
ส่งผลให้ตัดสินใจอย่ างถูกต้อง มีการฝึกฝนตนเอง รวมถึงรู้จักพัฒนาและรักษาความสัมพันธ์เป็นอย่ างดีนั่นเอง
หยุดเป็นเหยื่อของ ‘ความคิด’
การมีสติ คือ ตัวช่วยในการทำลายอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางจิตใจ ไม่ให้ทำงานได้เต็มที่ นั่น ก็ คือ การใช้ชีวิตโดยให้ความคิด
เป็นใหญ่ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าเราคือเหยื่อของทุกความคิดที่ผุดขึ้นมาจากสมองของเรา หากเราคิดบวก ทุกสิ่งทุกอย่ าง
ก็จะไปในทางที่ดี แต่หากเมื่อไรก็ตามที่คิดลบ ชีวิตคุณก็จะไปในทางลบเช่นกันเมื่อไรก็ตามที่เรามีสติ ระบบความคิดของเราก็
ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากว่าเราจะสามารถมองความคิดของตัวเองอย่ างเป็นกลาง ปฏิกิริย าความคิดต่างๆ
จึงไม่อาจควบคุมเราได้อีกต่อไป แต่เราจะมีทักษะในการตอบสนองโดยคำนึงถึงหลักการและความเชื่อที่เรายึดถือแทนที่จะใช้
อารมณ์และความคิดแวบแรกแม้ว่าการฝึกสติอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่สามารถพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จ แต่มันก็
สามารถนำไปใช้ในชีวิตด้านอื่นๆ ได้ด้วย แต่เดิม การฝึกฝนสติมีขึ้นเพื่อช่วยให้เรามีความสุขและเป็นคนที่ช่างเห็นอกเห็นใจ
ซึ่งวิทย าศาสตร์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง เมื่อไรก็ตามที่เราฝึกฝนอย่ างถูกต้อง เราก็จะมีความสุขขึ้น ซึ่งจะทำให้เราแสดง
ออกต่อผู้อื่นในทางที่ดีขึ้นด้วย